
ณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่งในชมพูทวีป พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็น “พระยามหากปิ” หรือ “พระยาราชลิง” ผู้เป็นใหญ่แห่งฝูงลิงทั้งปวง พระองค์ทรงมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด และเป็นที่รักใคร่ของเหล่าลิงในฝูง
วันหนึ่ง เกิดความแห้งแล้งอย่างหนักในป่า แหล่งน้ำและอาหารเริ่มขาดแคลน สัตว์ป่าทั้งหลายเริ่มเดือดร้อน
พระยามหากปิ ทรงเห็นดังนั้น ก็ทรงหาวิธีช่วยเหลือฝูงลิงของพระองค์ พระองค์ทรงนำพาฝูงลิงเดินทางไปยังริมฝั่งแม่น้ำคงคา เพื่อหาแหล่งน้ำและอาหาร
เมื่อไปถึงริมฝั่งแม่น้ำ พระยามหากปิ ทรงสังเกตเห็น “ต้นกุ่ม” ต้นหนึ่ง ซึ่งมีลำต้นสูงใหญ่ และมีกิ่งก้านสาขาแผ่กว้างออกไปเหนือแม่น้ำ
“พี่น้องทั้งหลาย” พระยามหากปิ ตรัส “ต้นกุ่มนี้สามารถเป็นสะพานให้เราข้ามไปยังอีกฝั่งหนึ่งได้”
ฝูงลิงทั้งหลายต่างตื่นเต้น และมองดูต้นกุ่มด้วยความหวัง
พระยามหากปิ ทรงตัดสินพระทัยที่จะเสี่ยงชีวิตของพระองค์เอง เพื่อเป็นสะพานให้ฝูงลิงข้ามแม่น้ำไปได้อย่างปลอดภัย
พระองค์ทรงปีนป่ายขึ้นไปบนกิ่งไม้ที่สูงที่สุดของต้นกุ่ม และทรงใช้ “ร่างกาย” ของพระองค์ ยึดเกาะกับกิ่งไม้ทั้งสองฝั่งแม่น้ำ
“พี่น้องทั้งหลาย จงรีบข้ามมา!” พระยามหากปิ ตรัส “จงเหยียบลงบนหลังของข้า แล้วรีบข้ามไปยังอีกฝั่งหนึ่งให้เร็วที่สุด!”
ฝูงลิงทั้งหลายต่างตกตะลึงในความกล้าหาญ และเสียสละของพระยามหากปิ แต่พวกเขาก็รู้ว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่จะรอดชีวิต
เหล่าลิงต่างค่อยๆ ปีนป่ายขึ้นไปบนหลังของพระยามหากปิ และพากันข้ามแม่น้ำไปทีละตัว ทีละตัว
เมื่อฝูงลิงข้ามไปจนเกือบหมดแล้ว ก็เหลือลิงอยู่เพียงตัวเดียว ที่ยังคงลังเลที่จะข้าม
“เจ้าจะรออะไรอยู่?” พระยามหากปิ ตรัสถาม “รีบข้ามมาเถอะ!”
ลิงตัวนั้น ซึ่งมีนามว่า “เทวทัต” (ในอดีตชาติ) เป็นลิงที่เต็มไปด้วยความอิจฉา และริษยา
“ท่านพระยามหากปิ” เทวทัตกล่าว “ท่านช่างเสียสละเหลือเกิน! ข้าจะตอบแทนบุญคุณท่าน!”
เมื่อเทวทัตปีนขึ้นมาบนหลังของพระยามหากปิ แล้ว เขากลับไม่ได้รีบข้ามแม่น้ำไป แต่เขากลับใช้ “ฟัน” อันแหลมคมของตนเอง “กัด” ลงไปบนหลังของพระยามหากปิ
พระยามหากปิ ทรงเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส แต่พระองค์ก็ยังคงอดทน และทรงพยายามยึดเกาะต้นกุ่มไว้
“ทำไมเจ้าจึงทำเช่นนี้?” พระยามหากปิ ตรัสถาม “ข้าช่วยเหลือเจ้า แล้วทำไมเจ้าจึงทำร้ายข้า?”
“ท่านช่างโง่เขลา!” เทวทัตกล่าว “ข้าไม่ต้องการให้ท่านมีชีวิตอยู่! ท่านเป็นใหญ่กว่าข้า! ข้าจะกำจัดท่าน!”
เมื่อเทวทัตกัดจนสุดแรง พระยามหากปิ ก็ทนไม่ไหว ร่างกายของพระองค์ก็หลุดออกจากกิ่งไม้ และร่วงหล่นลงไปในแม่น้ำคงคา
พระยามหากปิ ทรงสิ้นพระชนม์ในอ้อมกอดของแม่น้ำคงคา
เหล่าลิงที่เหลือ ต่างโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของพระยามหากปิ พวกเขาข้ามฝั่งมาได้ด้วยความช่วยเหลือของพระองค์
เมื่อพระยามหากปิ สิ้นพระชนม์ เหล่าลิงที่รอดชีวิตก็ต่างพากันยกย่องความกล้าหาญ และเสียสละของพระองค์
เรื่องราวของมหากปิชาดก เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นถึงคุณค่าของ “ทานบารมี” หรือการให้ที่ยิ่งใหญ่ การเสียสละตนเองเพื่อผู้อื่น เป็นคุณธรรมอันสูงส่ง แต่ในขณะเดียวกัน ก็สอนให้เรารู้ว่า แม้เราจะทำความดีเพียงใด ก็อาจมีผู้ที่ไม่หวังดี คอยคิดร้าย หรืออิจฉาเราได้
การเผชิญหน้ากับความอิจฉา และความพยาบาท เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่สิ่งสำคัญคือการยึดมั่นในความดีงาม และไม่ยอมให้ความชั่วร้าย มาบั่นทอนจิตใจของเราได้
— In-Article Ad —
ความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ อาจเผชิญกับความอิจฉาริษยา แต่คุณงามความดีนั้นจะคงอยู่ตลอดไป
บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี
— Ad Space (728x90) —
437นวกนิบาตมหาวีรชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในแคว้นกาสี มีเมืองอันอุดมสมบูรณ์นามว่า เมืองพาราณสี กษัตริย์ผู้ปก...
💡 การช่วยเหลือผู้อื่นยามตกทุกข์ได้ยาก เป็นการบำเพ็ญกุศล แม้ผู้นั้นจะเคยทำผิดมาก่อน
263ติกนิบาตปัฏฐกชาดก (ครั้งที่ 5) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมีเป็นพระยาช้างเผือกคู...
💡 การมีสัจจะอันบริสุทธิ์และการตั้งมั่นในความดี ย่อมนำมาซึ่งชัยชนะและคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายทั้งปวง
112เอกนิบาตอัคคปัตตชาดก ณ กรุงสาวัตถีอันเจริญ มีท่านเศรษฐีผู้มั่งคั่งนามว่า อัคคปัตตะ ท่านเป็นผู้มีจิตใจเอื้อเฟ...
💡 การให้ทานที่แท้จริงคือการให้ชีวิต ให้ความรู้ และให้โอกาส ซึ่งเป็นการสร้างบุญกุศลที่ยั่งยืน
131เอกนิบาตอังคุตตระชาดกณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง มีเมืองหลวงชื่อราชคฤห์ เป็นนครที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน ท่ามกล...
💡 ความพอเพียงเป็นบ่อเกิดแห่งความสุข
3เอกนิบาตสุวัณณสามชาดกณ ป่าสีวลีอันร่มรื่น ใกล้กับกรุงพาราณสี มีฤาษีตนหนึ่งนามว่า สุวัณณสาม ฤาษีตนนี้ได้บำเพ็...
💡 การบำเพ็ญศีล ความเมตตา และการให้อภัย นำมาซึ่งผลอันประเสริฐ
8เอกนิบาตมหาสุตโสมชาดก ในสมัยพุทธกาล ขณะที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน เมืองสาวัตถี ท...
💡 กามคุณเป็นสิ่งลวงตา นำมาซึ่งความทุกข์ หากไม่รู้จักประมาณตนและยับยั้งชั่งใจ
— Multiplex Ad —